การ์ตูน ผู้อพยพในประเทศเกาหลี เปิดเผยถูกไม่ยอมรับงานโฆษณาจาก UNHCR เหตุหวั่นหวาดกระทบเมืองไทย

  • 122


การ์ตูน ผู้อพยพในประเทศเกาหลี เปิดเผยถูกไม่ยอมรับงานประชาสัมพันธ์จาก UNHCR เหตุหวั่นหวาดกระทบเมืองไทย
นางสาว พ่อความบันเทิง รวมทรัพย์สมบัติ อดีตกาลพิธีกรกรรมวิธีระบบประชาธิปไตยใหม่ ผู้ลี้ภัยการเมืองคนประเทศไทย จากคดีมัธยม112 ที่พำนักพักพิงอยู่ที่ประเทศเกาหลีใต้ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ถึงหัวข้อการถูกไม่ยอมรับการโฆษณางานจาก UNHCR โดยกล่าวว่า
” รีวิวการโดนไม่ยอมรับงานโฆษณาผู้หลบภัยจาก UNHCR
มันเริ่มมาจากเมื่อเดือนที่ผ่านมากลุ่ม PR ของ UNHCR (ประเทศเกาหลี) ติดต่อพวกเรามา กล่าวว่าต้องการทำหนังประชาสัมพันธ์ผู้หลบภัย ตอนสัมมนาบรีฟงานกันเค้าก็พูดว่าต้องการที่จะให้มีความมากมายในหนัง ต้องการแปลงภาพจำผู้อพยพ ไม่ใช่แค่เด็กดำชาวมุสลิม กางคกราวเกรียวน์เป็นระเบิดอะไรอย่างงี้ ซึ่งพวกเราเห็นด้วยว่าช่วงแรกพวกเราเซอร์ไพรส์มากมายที่ออฟฟิสนี้ติดต่อพวกเรามา รวมทั้งคิดในทางบวกนะว่า ทั้งที่พวกเราวิภาควิจารณ์กลุ่ม PR ของ UNHCR มาตลอด แม้กระนั้นเค้ายังเอาพวกเรามาอยู่ในหนัง อาจจะต้องการเปลี่ยนแปลงจริงๆอะไรอย่างงี้ แงๆงงเต็ก 555
ผ่านการสัมมนามา 2 รอบ ถึงวันถ่ายจริงหมายคือเมื่อวานนี้ เพียงพอพวกเราไปถึงฉาก ผู้กำกับบอกพวกเราว่าพวกเราโดนถอนจากโปรเจค แล้วมีพวกเราเพียงแค่ผู้เดียวที่โดนถอน เหตุผลเป็นกลุ่มประเทศเกาหลีเอางานไปเสนอที่ไทยแล้วไม่ผ่านที่พวกเรา (เค้ากล่าวถึงว่าเวลาเสนอโปรเจคจำต้องผ่านสำนักงานใหญ่ของภูมิภาคซึ่งตั้งอยู่ที่กรุงเทวดา) เหตุผลเป็นวิตกกังวลเรื่องความปลอดภัยของพวกเราถ้าหากพวกเราจะต้องกลับไทย แล้วก็อีกเหตุผลเป็น UN ทุกที่ทำงานจะต้องดำเนินการกับรัฐบาลประเทศนั้นๆและก็ควรจะมีความข้องเกี่ยวที่ดีกับรัฐบาลในประเทศนั้นๆซึ่งก็คือหากพวกเรากล่าวในฟิล์มถ่ายรูป มันก็จะกระทบกับความเกี่ยวพันของ UNHCR กับเมืองไทยด้วย
สรุปเมื่อวานนี้ผู้กำกับคนนี้ตกลงใจจะทำหนังสั้นแยกเป็นของพวกเราโดยยิ่งไปกว่านั้น แล้วเดี๋ยวนี้ที่อัดไปผู้กำกับก็รู้สึกเสียดายที่บทสนทนาพวกเรามิได้ไปอยู่ในหนังของ UNHCR อ่ะนะ พวกเราก็เห็นด้วย เนื่องจากว่าพวกเราแน่ใจว่าพวกเรากล่าวเจริญมากเรื่องนี้ แมสเซจที่พวกเราจะสื่อเป็น
1.) ผู้ใดกันก็บางทีอาจจะเป็นผู้อพยพได้ซักวัน มิได้เกี่ยวกับสีผิว ศาสนา หรือเชื้อชาติ แต่ว่าการโปรโมทของหน่วยงานสุดยอดมันทำเป็นแย่มาก มันทำให้คนทั่วทั้งโลกรู้ผิดเกี่ยวกับผู้อพยพ พวกเราไม่เห็นพ้องกับวิธีขายความอัตคัด โอเค ความอัตคัดมันขายได้ แม้กระนั้น UNHCR ควรจะทำเป็นดีมากยิ่งกว่านี้ และก็ควรจะทำให้ดีมากยิ่งกว่านี้ในหัวข้อการให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผู้หนีภัย โดยยิ่งไปกว่านั้น 5 grounds (เชื้อชาติ, ชนชาติ, ศาสนา,การบ้านการเมือง, กรุ๊ปทางด้านสังคมอะไรก็แล้วแต่) ไม่ใช่ไปจุดโฟกัสเรื่องอื่น
2.) พวกเรากล่าวว่าสิ่งที่ผู้อพยพอยากได้สูงที่สุดไม่ใช่เงิน แต่ว่าเป็น ‘สถานะ’ ไม่มีผู้อพยพผู้ใดกันปรารถนาเงินช่วยเหลือนิดๆหน่อยๆประทังชีวิตตลอดกาลหรอก มันไม่มีเกียรติ ถ้าเกิดผู้หลบภัยได้รับการยืนยันสถานะ เค้าก็จะสามารถดำเนินงาน หารายได้ดำรงชีวิตได้ เสียภาษีอากร มีเกียรติพอๆกับคนสามัญ ใครกันแน่จะไม่ได้อยากได้ UNHCR น่าจะจุดโฟกัสที่ตรงนี้มากยิ่งกว่า มันจีรังยั่งยืนกว่าการรับบริจาคสบู่ อื่นๆอีกมากมาย หมดคำจะบอก เป็น… โอเค สบู่มันบางทีก็อาจจะเร่งด่วน แต่ว่าเรื่องเร่งด่วนชั่วครั้งคราวจำต้องเอามาขายทั้งชีวิตหรอ เพราะอะไรไม่โฆษณาอะไรที่ยืนยง สร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับผู้หลบภัยให้คนทั่วทั้งโลกรู้เรื่องอ่ะ อะไรที่มันฉลาดหลักแหลมกว่านี้ไม่ทำ
3.) ภาพที่ UNHCR เอามาประชาสัมพันธ์มันมิได้ represent พวกเรา แล้วก็ผู้อพยพอีกหลายท่าน พวกเรามิได้มีความรู้สึกว่ามันเป็นผู้แทนของพวกเราเลย อีกหลายๆคนก็คิดแบบเดียวกันว่านี่ไม่ใช่เค้า พวกเราเห็นด้วยว่ามีผู้อพยพที่จนกระทั่งรวมทั้งผอมบางจริงๆแม้กระนั้นมันไม่ใช่ทั้งหมดทั้งปวง แล้วเพราะเหตุไร UNHCR จำเป็นต้องเอาเพียงแค่แบบงี้มาขาย แล้วถึงแม้ว่าพวกเราจะกระทั่งแล้วก็ผอมบางจริง มีความคิดว่าพวกเรา happy หรอที่เห็นภาพตนเองถูกเอามาหารายได้อย่างนี้
4.) ท้ายที่สุดเป็นข้อแนะนำของพวกเราว่าหยุดขายความอัตคัด แล้วก็ช่วยโฆษณาเกียรติและก็ความเป็นคนของผู้หลบภัยหน่อย ทำอย่างนี้เสมือนเอาผู้อพยพมาใส่กรงให้ผู้ชมเห็นใจแล้วเจียดเศษเงินให้ รับมิได้อ่ะนะ
เนี่ย 4 ข้อที่พวกเราบอก ก็มิได้ใจจืดใจดำเลยจ๊า UNHCR อ่ะใจจืดใจดำ ใจคอคับแคบด้วย พวกเราบอกเค้าไปว่าพวกเรารับมิได้หรอกกับข้อแก้ตัวเรื่องที่ตัดพวกเราออกเนื่องจากห่วงความปลอดภัยของพวกเราถ้าเกิดพวกเรากลับไทย ด้วยเหตุว่าถ้าหากพวกเรากลับไทยจริงๆสถานะผู้อพยพพวกเราก็จะถูกถอดออกโดยทันทีอยู่แล้ว มีความหมายว่าพวกเราก็จะไม่ใช่ผู้อพยพแล้ว ก็ไม่เป็นผลอะไรกับ UNHCR อยู่ดี ในที่สุดเค้าก็เห็นด้วยนะว่าเรื่องของพวกเรามันการบ้านการเมืองเหลือเกิน ถึงได้โดนถอด ก็โอเค สุดแท้แต่ อ่อนดี ไม่มีปัญหา
เพียงแค่มีความคิดว่าพวกเรามากล่าวในนี้ว่าพวกเรากล่าวอะไรไปบ้างดียิ่งกว่า เผื่อจะมีคนรู้เรื่องเรื่องผู้อพยพเยอะขึ้น เนื่องจากดูเหมือนกับว่า UNHCR จะเฟลในหน้าที่การงานของตนเอง”

การ์ตูน ผู้อพยพในประเทศเกาหลี เปิดเผยถูกไม่ยอมรับงานประชาสัมพันธ์จาก UNHCR เหตุหวั่นหวาดกระทบเมืองไทย นางสาว พ่อความบันเทิง รวมทรัพย์สมบัติ อดีตกาลพิธีกรกรรมวิธีระบบประชาธิปไตยใหม่ ผู้ลี้ภัยการเมืองคนประเทศไทย จากคดีมัธยม112 ที่พำนักพักพิงอยู่ที่ประเทศเกาหลีใต้ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ถึงหัวข้อการถูกไม่ยอมรับการโฆษณางานจาก UNHCR โดยกล่าวว่า ” รีวิวการโดนไม่ยอมรับงานโฆษณาผู้หลบภัยจาก UNHCR มันเริ่มมาจากเมื่อเดือนที่ผ่านมากลุ่ม PR ของ UNHCR (ประเทศเกาหลี) ติดต่อพวกเรามา กล่าวว่าต้องการทำหนังประชาสัมพันธ์ผู้หลบภัย ตอนสัมมนาบรีฟงานกันเค้าก็พูดว่าต้องการที่จะให้มีความมากมายในหนัง ต้องการแปลงภาพจำผู้อพยพ ไม่ใช่แค่เด็กดำชาวมุสลิม กางคกราวเกรียวน์เป็นระเบิดอะไรอย่างงี้ ซึ่งพวกเราเห็นด้วยว่าช่วงแรกพวกเราเซอร์ไพรส์มากมายที่ออฟฟิสนี้ติดต่อพวกเรามา รวมทั้งคิดในทางบวกนะว่า ทั้งที่พวกเราวิภาควิจารณ์กลุ่ม PR ของ UNHCR มาตลอด แม้กระนั้นเค้ายังเอาพวกเรามาอยู่ในหนัง อาจจะต้องการเปลี่ยนแปลงจริงๆอะไรอย่างงี้ แงๆงงเต็ก 555 ผ่านการสัมมนามา 2 รอบ ถึงวันถ่ายจริงหมายคือเมื่อวานนี้ เพียงพอพวกเราไปถึงฉาก ผู้กำกับบอกพวกเราว่าพวกเราโดนถอนจากโปรเจค แล้วมีพวกเราเพียงแค่ผู้เดียวที่โดนถอน เหตุผลเป็นกลุ่มประเทศเกาหลีเอางานไปเสนอที่ไทยแล้วไม่ผ่านที่พวกเรา (เค้ากล่าวถึงว่าเวลาเสนอโปรเจคจำต้องผ่านสำนักงานใหญ่ของภูมิภาคซึ่งตั้งอยู่ที่กรุงเทวดา) เหตุผลเป็นวิตกกังวลเรื่องความปลอดภัยของพวกเราถ้าหากพวกเราจะต้องกลับไทย แล้วก็อีกเหตุผลเป็น UN ทุกที่ทำงานจะต้องดำเนินการกับรัฐบาลประเทศนั้นๆและก็ควรจะมีความข้องเกี่ยวที่ดีกับรัฐบาลในประเทศนั้นๆซึ่งก็คือหากพวกเรากล่าวในฟิล์มถ่ายรูป มันก็จะกระทบกับความเกี่ยวพันของ…

การ์ตูน ผู้อพยพในประเทศเกาหลี เปิดเผยถูกไม่ยอมรับงานประชาสัมพันธ์จาก UNHCR เหตุหวั่นหวาดกระทบเมืองไทย นางสาว พ่อความบันเทิง รวมทรัพย์สมบัติ อดีตกาลพิธีกรกรรมวิธีระบบประชาธิปไตยใหม่ ผู้ลี้ภัยการเมืองคนประเทศไทย จากคดีมัธยม112 ที่พำนักพักพิงอยู่ที่ประเทศเกาหลีใต้ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ถึงหัวข้อการถูกไม่ยอมรับการโฆษณางานจาก UNHCR โดยกล่าวว่า ” รีวิวการโดนไม่ยอมรับงานโฆษณาผู้หลบภัยจาก UNHCR มันเริ่มมาจากเมื่อเดือนที่ผ่านมากลุ่ม PR ของ UNHCR (ประเทศเกาหลี) ติดต่อพวกเรามา กล่าวว่าต้องการทำหนังประชาสัมพันธ์ผู้หลบภัย ตอนสัมมนาบรีฟงานกันเค้าก็พูดว่าต้องการที่จะให้มีความมากมายในหนัง ต้องการแปลงภาพจำผู้อพยพ ไม่ใช่แค่เด็กดำชาวมุสลิม กางคกราวเกรียวน์เป็นระเบิดอะไรอย่างงี้ ซึ่งพวกเราเห็นด้วยว่าช่วงแรกพวกเราเซอร์ไพรส์มากมายที่ออฟฟิสนี้ติดต่อพวกเรามา รวมทั้งคิดในทางบวกนะว่า ทั้งที่พวกเราวิภาควิจารณ์กลุ่ม PR ของ UNHCR มาตลอด แม้กระนั้นเค้ายังเอาพวกเรามาอยู่ในหนัง อาจจะต้องการเปลี่ยนแปลงจริงๆอะไรอย่างงี้ แงๆงงเต็ก 555 ผ่านการสัมมนามา 2 รอบ ถึงวันถ่ายจริงหมายคือเมื่อวานนี้ เพียงพอพวกเราไปถึงฉาก ผู้กำกับบอกพวกเราว่าพวกเราโดนถอนจากโปรเจค แล้วมีพวกเราเพียงแค่ผู้เดียวที่โดนถอน เหตุผลเป็นกลุ่มประเทศเกาหลีเอางานไปเสนอที่ไทยแล้วไม่ผ่านที่พวกเรา (เค้ากล่าวถึงว่าเวลาเสนอโปรเจคจำต้องผ่านสำนักงานใหญ่ของภูมิภาคซึ่งตั้งอยู่ที่กรุงเทวดา) เหตุผลเป็นวิตกกังวลเรื่องความปลอดภัยของพวกเราถ้าหากพวกเราจะต้องกลับไทย แล้วก็อีกเหตุผลเป็น UN ทุกที่ทำงานจะต้องดำเนินการกับรัฐบาลประเทศนั้นๆและก็ควรจะมีความข้องเกี่ยวที่ดีกับรัฐบาลในประเทศนั้นๆซึ่งก็คือหากพวกเรากล่าวในฟิล์มถ่ายรูป มันก็จะกระทบกับความเกี่ยวพันของ…